ผู้เขียน หัวข้อ: อาหารสายยางทำอย่างไร และข้อควรระวังในการเตรียม  (อ่าน 13 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,063
    • ดูรายละเอียด
อาหารสายยางทำอย่างไร และข้อควรระวังในการเตรียม

การเตรียมอาหารปั่นทางสายยาง (Blenderized Diet) ด้วยตัวเองที่บ้านเป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารจากธรรมชาติและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากครับ แต่ต้องอาศัยความพิถีพิถันทั้งเรื่อง "สัดส่วนสารอาหาร" และ "ความสะอาด" เป็นสำคัญ

นี่คือขั้นตอนการทำและข้อควรระวังที่สรุปมาให้เข้าใจง่ายครับ:


🛠 ขั้นตอนการทำอาหารสายยาง

เตรียมวัตถุดิบ 5 หมู่: (ตามปริมาณที่แพทย์หรือนักโภชนาการกำหนด)

โปรตีน: เช่น อกไก่ลอกหนัง, ไข่ต้ม (เน้นไข่ขาว), ปลาเนื้อขาว

คาร์โบไฮเดรต: เช่น ข้าวสวย, ข้าวกล้องต้มเปื่อย, ฟักทอง

ไขมัน: เช่น น้ำมันรำข้าว, น้ำมันถั่วเหลือง หรือน้ำมันมะกอก

ผัก/ผลไม้: เช่น แครอท, ผักกาดขาว, กล้วยน้ำว้า (ต้องต้มสุก)

ทำให้สุก 100%: นำวัตถุดิบทุกอย่าง (ยกเว้นน้ำมัน) ไปต้มหรือนึ่งจนสุกสนิทและนิ่มที่สุด

การปั่น: ใส่ทุกอย่างลงในเครื่องปั่นแรงดิ่งสูง เติมน้ำต้มสุกตามสัดส่วนที่กำหนด ปั่นจนเนื้อเนียนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน

การกรอง (ขั้นตอนสำคัญมาก): นำอาหารที่ปั่นเสร็จแล้วมา กรองผ่านกระชอนตาถี่ 2 ชั้น เพื่อแยกกากใยที่ปั่นไม่ละเอียดออก ป้องกันสายยางอุดตันครับ

ปรับปริมาตร: ตวงอาหารที่กรองแล้ว หากปริมาณยังไม่ถึงตามสูตร ให้เติมน้ำต้มสุกจนได้ปริมาตรรวมที่ต้องการ (เช่น 1,000 มล.)


⚠️ ข้อควรระวังในการเตรียม (Safety First)

ความสะอาดระดับสูงสุด: อุปกรณ์ทุกชิ้น (เครื่องปั่น, กระชอน, ภาชนะบรรจุ) ต้องล้างให้สะอาดและต้มฆ่าเชื้อ หรือผ่านน้ำร้อนก่อนใช้เสมอ เพื่อป้องกันผู้ป่วยท้องเสียซึ่งอันตรายมากครับ

การเก็บรักษา: อาหารที่ทำเสร็จแล้วควรแบ่งใส่ภาชนะแยกมื้อ แช่ตู้เย็นทันที เก็บได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง หากเหลือให้ทิ้งทันที ห้ามนำมาให้ผู้ป่วยทานต่อ

อุณหภูมิก่อนให้: ก่อนนำอาหารไปให้ผู้ป่วย ควรนำมาอุ่นให้พออุ่น (ประมาณอุณหภูมิร่างกาย) ห้ามให้ขณะร้อนจัดหรือเย็นจัด เพราะอาจทำให้ปวดท้องหรือลำไส้บีบตัวผิดปกติ

ระวังของแสลงเฉพาะโรค: หากผู้ป่วยมีโรคประจำตัว เช่น โรคไต (ต้องเลี่ยงผักสีเข้ม/ข้าวกล้อง) หรือโรคเบาหวาน (ต้องงดน้ำตาล) ต้องเคร่งครัดตามสูตรแพทย์สั่งเท่านั้นครับ

💡 เคล็ดลับ

การดูแลผู้ป่วยที่รับอาหารทางสายยาง นอกจากเรื่องความสะอาดของอาหารแล้ว "สุขภาพช่องปาก" ก็ห้ามละเลยครับ แม้ผู้ป่วยจะไม่ได้ใช้ฟันเคี้ยว แต่แบคทีเรียในปากยังคงเติบโตได้และอาจเป็นสาเหตุของปอดอักเสบหากสำลักน้ำลาย

 

ลงประกาศฟรี โฆษณาฟรี ลงประกาศขายบ้านฟรี ลงประกาศขายบ้าน ขายที่ดิน ขายคอนโด ขายรถ สินค้าอุตสาหกรรม อาหารเสริม เครื่องสำอางค์ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว โปรโมทสินค้าฟรี เว็บประกาศฟรี ติดอันดับ Google